“Basic principles of curriculum and instruction”

“Basic principles of curriculum and instruction”

ความรู้

Tyler ได้ยืนยันถึงคำถาม 4 ข้อที่นักพัฒนาหลักสูตรมักถามอยู่บ่อย ๆ ซึ่งคำถามเหล่านี้จะเกี่ยวกับการเลือกจุดมุ่งหมายทางการศึกษา การเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และการประเมินผล ซึ่งแสดงได้ดังนี้

1.วัตถุประสงค์ จุดประสงค์ทางการศึกษาที่โรงเรียนต้องการให้บรรลุมีอะไรบ้าง?

2. การเลือกประสบการณ์การเรียนรู้จะเลือกประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์เพื่อให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายเหล่านั้น?

3. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้จะจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง?

4. การประเมินผลจะประเมินผลได้อย่างไรว่า การจัดประสบการณ์การเรียนรู้มีประสิทธิผล?

ซึ่งจากคำถามของ Tyler ทั้ง 4 ข้อนี้ Tyler เชื่อว่า จะต้องมีการถามอย่างเป็นลำดับ คำตอบของคำถามต่อมาจะเกี่ยวข้องกับคำตอบของคำถามที่มีมาก่อน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นแบบเชิงเส้น (rationale – linear)

การกำหนดกลุ่มของวัตถุประสงค์

การกำหนดกลุ่มของวัตถุประสงค์ที่มีความสำคัญและมีความสอดคล้องกันนั้น จำเป็นที่จะต้องดูวัตถุประสงค์โดยรวมทั้งหมดและกำหนดข้อที่ไม่สำคัญและขัดแย้งกันออกไป โดยในประเด็นแรกนั้นอาจจะดูที่ปรัชญาทางด้านการศึกษาและสังคมที่สถานศึกษาดังกล่าวยึดถือ และปฏิบัติอยู่ โดยการนำเอาวัตถุประสงค์ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับหลักการและแนวคิดด้านปรัชญาของทางสถานศึกษา

ตัวอย่างของการใช้หลักปรัชญาดังกล่าว เป็นตัวกำหนดวัตถุประสงค์นั้นอาจทำได้ดังนี้ กล่าวคือ การสามารถระบุหลักปรัชญาของสถานศึกษานั้นๆ ได้จะเป็นการตอบคำถามหลายข้อด้วยกัน หนึ่งคือนิยามของคำว่าชีวิตที่ดี และสังคมที่ดี ปรัชญาทางการศึกษานั้นจะพูดถึงองค์ประกอบที่สำคัญของชีวิตที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ และในทางเดียวกัน ปรัชญาทางด้านการศึกษาในสังคมประชาธิปไตยนั้นก็ย่อมที่จะเน้นถึงค่านิยมต่างๆในระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ยกตัวอย่างเช่น มีปรัชญาข้อหนึ่งที่พูดถึงค่านิยมทางด้านประชาธิปไตย 4 ข้อซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตทางด้านสังคมและชีวิตส่วนตัวที่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ค่านิยมดังกล่าวได้แก่

1)การตระหนักถึงความสำคัญของมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ สัญชาติ หรืออยู่ในระดับสังคมหรือเศรษฐกิจใดก็ตาม

2) การเปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมในสังคมนั้นๆ

3) การสนับสนุนให้เกิดความหลากหลายมากกว่าความต้องการให้มีเพียงบุคลิกภาพเดียว

4) มีความเชื่อมั่นในสติปัญญามากกว่าการพึ่งพาเพียงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้มีอำนาจในการแก้ไขปัญหา

การใช้หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ในการกำหนดวัตถุประสงค์

มีอีกช่องทางหนึ่งซึ่งควรจะใช้ในการพิจารณาการกำหนดวัตถุประสงค์เช่นกัน นั้นคือวัตถุประสงค์ที่ถูกกำหนดโดยหลักจิตวิทยาการเรียนรู้ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ถือเป็นเป้าของการศึกษา เป็นผลที่ได้มาจากการศึกษา หากผลที่ได้มานั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของการเรียนรู้ เป้าหมายของการศึกษาดังกล่าวถือว่าล้มเหลว

โดยน้อยที่สุด ความรู้ทางด้านจิตวิทยาทางการศึกษาทำให้เราสามารถแยกแยะความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนซึ่งเป็นผลที่มาจากศึกษาและความเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการศึกษา ยกตัวอย่างเช่น เรารู้ว่าผู้เรียนสามารถที่จะพัฒนาสุขภาพของตนผ่านทางความรู้เกี่ยวกับสุขภาพที่ได้มาจากกระบวนการศึกษา แต่ไม่สามารถที่จะเพิ่มส่วนสูงของตนผ่านทางกระบวนการศึกษาได้ เด็กสามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการตอบสนองทางกายภาพให้เป็นที่ยอมรับของสังคมได้ แต่ไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนการตอบสนองทางกายภาพของตนได้ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น วิธีการศึกษาในสมัยก่อนจะสอนให้เด็กเงียบเวลาที่อยู่ที่โรงเรียน ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับที่สูงกว่านั้น

สอนแบบไหน / วิธีการ

การเลือกประสบการณ์การศึกษาที่จะส่งผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์

ประเด็นแรก ที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์คือ ผู้เรียนต้องมีประสบการณ์หลายๆ อย่าง ด้วยการให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติตามแต่ละชนิดของพฤติกรรมที่แสดงถึงวัตถุประสงค์นั้น หรืออาจกล่าวได้ว่า หนึ่งในการวัตถุประสงค์คือการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา จะไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวถ้าประสบการณ์การศึกษาไม่ได้กำหนดให้ผู้เรียนได้มีโอกาสในการแก้ปัญหา เป็นความจริงที่ว่า วัตถุประสงค์แต่ละชนิดมีความเชื่อมโยงกัน การสร้างประสบการณ์การศึกษาสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ การให้โอกาสผู้เรียนฝึกปฏิบัติพฤติกรรมแต่ละชนิด

ประเด็นที่สอง กิจกรรมและประสบการณ์นั้นๆ ควรทำให้ผู้เรียนพอใจที่จะปฏิบัติตามพฤติกรรมที่ได้ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาสุขภาพ มันเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่จัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้แก้ปัญหาด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียวแต่ควรเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ผู้เรียนพึงพอใจที่จะปฏิบัติ

ประเด็นที่สาม กิจกรรมและประสบการณ์นั้นๆ ควรอยู่ในข่ายความพอใจที่จะปฏิบัติได้

ประเด็นที่สี่ กิจกรรมและประสบการณ์หลายๆ ด้านของการเรียนรู้อาจนำไปสู่วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เพียงข้อเดียวก็ได้

ประเด็นที่ห้า  กิจกรรมและประสบการณ์เพียงหนึ่งอย่าง อาจตอบสนองวัตถุประสงค์หลายข้อก็ได้

หลังจากการเลือกวัตถุประสงค์แล้ว นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องตัดสินในการตอบคำถามข้อที่ 2 เกี่ยวกับการเลือกสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์การเรียนรู้” ซึ่งประสบการณ์การเรียนรู้เป็นกิจกรรมที่เขียนไว้ในลักษณะการวางแผนหลักสูตรและจัดให้นักเรียนได้บรรลุวัตถุประสงค์

Tyler ได้ยืนยันว่า ประสบการณ์การเรียนรู้ต้องได้รับการเลือกให้นักเรียนมีโอกาสเพียงพอที่จะสร้างประสบการณ์และเกิดความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ตามความต้องการของผู้เรียน และต้องให้ผู้เรียนได้รับความพึงพอใจ ซึ่ง Tyler ได้เสนอเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ไว้ ดังนี้

1. ผู้เรียนควรมีโอกาสฝึกพฤติกรรมและเรียนรู้เนื้อหาตามที่ระบุไว้ในจุดประสงค์

2. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้นั้น ควรจะทำให้ผู้เรียนพอใจที่จะปฏิบัติตามพฤติกรรมที่ระบุไว้ในจุดประสงค์

3. กิจกรรมและประสบการณ์นั้นควรอยู่ในข่ายที่นักเรียนสามารถปฏิบัติได้

4. กิจกรรมและประสบการณ์หลายๆด้านของผู้เรียนอาจนำไปสู่จุดประสงค์ที่กำหนดไว้เพียงข้อเดียวก็ได้

5. กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้เพียงหนึ่งอย่างอาจตอบสนองจุดประสงค์หลายๆ ข้อได้

ในการเลือกประสบการณ์การเรียนรู้ Tyler ได้แนะนำว่า ครูควรให้ความสนใจกับประสบการณ์การเรียนรู้ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1. การพัฒนาทักษะการคิด

2. การช่วยให้ได้รับข้อสนเทศมา

3. การช่วยพัฒนาเจตคติเชิงสังคม

4. การช่วยพัฒนาประโยชน์หรือความสนใจของผู้เรียน

จะจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง?

ในการตอบคำถามข้อที่ 3 Tyler ได้แนะนำว่า ประสบการณ์การเรียนรู้ควรได้รับการจัดให้ถูกต้องและชัดเจน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือจะต้องเป็นวิธีการที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างแน่นอน และ Tyler เชื่อว่า การเรียนรู้จะมีประสิทธิภาพถ้าจัดไว้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์การเรียนรู้ควรมีลักษณะเป็นแนวตั้ง เริ่มจากง่ายไปหายาก และควรจะเสริมแรงโดยใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในรายวิชาอื่น ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน และควรเน้นในประเด็นดังต่อไปนี้

นอกจากนั้น Tyler ยังเน้นเกี่ยวกับการพิจารณาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ว่าต้องคำนึงถึง

1. ความต่อเนื่อง (Continuity) หมายถึง ความสัมพันธ์ในแนวตั้ง ขององค์ประกอบหลักของหลักสูตรจากระดับหนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่งที่สูงขึ้น เช่น ในวิชาทักษะ ต้องเปิดโอกาสให้มีการฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆ และต่อเนื่องกัน

2. การจัดลำดับ (Sequence) หมายถึง ความสัมพันธ์แนวตั้งของส่วนประกอบของหลักสูตร จากสิ่งที่ง่ายไปสู่สิ่งที่ยาก ดังนั้นการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ ควรจัดโดยมีการเรียงลำดับก่อนหลัง เพื่อให้ได้เรียนเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

3. การบูรณาการ (Integration) หมายถึง ความสัมพันธ์ในแนวนอนขององค์ประกอบหลักของหลักสูตร จากหัวข้อเนื้อหาหนึ่งไปยังอีกหัวข้อเนื้อหาหนึ่งของรายวิชา หรือรายวิชาหนึ่งไปยังอีกรายวิชาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันเพราะจะทำให้มีการสร้างประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้เรียนที่ต้องการไปสู่ขอบเขตของรายละเอียดในแต่ละครั้ง และมีความเป็นไปตามลำดับ ผู้เรียนก็จะสามารถบรรลุความสำเร็จ มีความเข้าใจในแนวคิดการบูรณาการในรายละเอียดใหม่เพิ่มขึ้น

โรงเรียนประเภทไหนที่สังคมต้องการ

การสร้างโปรแกรมหลักสูตรทั้งโรงเรียน อาจารย์ทุกคนต้องมีส่วนร่วม เพราะไม่เช่นนั้นการสอนจะไม่มีประสิทธิภาพ ยกเว้นว่าครูทุกคนจะรู้สิ่งต่อไปนี้

1. เข้าใจจุดประสงค์อย่างแจ่มแจ้ง

2. ครูมีความสามารถในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในลักษณะต่างๆที่จะส่งผลให้บรรลุจุดประสงค์ได้

3. ครูต้องสามารถแนะนำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตามวัตถุประสงค์ได้

จากทั้ง 3 ข้อนี้จึงแสดงให้เห็นว่าครูทุกคนจำเป็นที่จะต้องมีส่วนร่วมในการสร้างหลักสูตร อย่างน้อยก็เพื่อให้เข้าจุดประสงค์และกระบวนการที่จะปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้

ในสาระการเรียนรู้เดียวกัน อาจารย์อาจทำงานเป็นคณะกรรมการร่วมกัน ร่วมกันกำหนดจุดประสงค์ ร่างประสบการณ์การเรียนรู้ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจารย์ที่สอนวิชาเดียวกันแต่คนละระดับชั้นและอาจารย์ที่สอนคนละวิชาแต่เนื้อหามีความสัมพันธ์กันจะมีส่วนช่วยกันในการร่างหลักสูตร และอาจารย์ทั้งโรงเรียนก็อาจทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการในการตรวจสอบความถูกต้องของแผนที่ร่างขึ้น

สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ อาจารย์ควรแบ่งภาระงานกันอย่างชัดเจน เช่น อาจารย์บางท่านศึกษาสภาพชีวิตปัจจุบัน บางท่านตรวจสอบรายงานผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น จากนั้นในการกำหนดจุดประสงค์ และร่างประสบการณ์การเรียนรู้ใช้วิธีแบ่งอาจารย์เป็นกลุ่มเล็กให้ช่วยกันทำ จากนั้นจึงมีคณะกรรมการตรวจสอบอีกครั้ง

การพัฒนาหลักสูตรสามารถทำได้ทั้งหมดทั้งโรงเรียนก็ได้ หรืออาจจะทำเฉพาะบางส่วนคือบางสาระการเรียนรู้ก็ได้

อย่างไรก็ตามการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการเหล่านี้ทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และการพัฒนา ปรับปรุง หรือแก้ไข หลักสูตรจะกระทำ ณ จุดใดก็ได้ เพราะผลของการปรับ ณ จุดหนึ่ง ย่อมสัมพันธ์กับจุดอื่นๆด้วย

เราควรพิจารณาชนิดของรูปแบบของประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง รูปแบบที่หลากหลาย วัตถุประสงค์ ประสบการณ์การเรียนรู้เคยถูกพิจารณาให้เป็นพฤติกรรมหรือคุณลักษณะ แต่ไม่เคยถูกพิจารณาในประเด็นของการจัดการเรียนการสอน ดังนั้น การจัดประสบการณ์การเรียนจึงถูกสร้างขึ้นในหลักสูตรการเรียนการสอน เนื่องจากมีความจำเป็นก่อให้เกิดการเรียนรู้ลงไป หน่วยการเรียน รายวิชาและโปรแกรมการเรียน

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ไม่สามารถเปลี่ยนในเวลาข้ามคืนเดียว และไม่มีประสบการณ์การเรียนรู้ที่ลึกซึ้งใดสามารถเปลี่ยนแนวคิด พฤติกรรม แนวปฏิบัติ เจตคติ ความสนใจของมนุษย์ได้ แต่หากต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ จากวันเป็นเดือน เป็นปี จึงบรรลุวัตถุประสงค์ การเรียนรู้เปรียบได้กับ “น้ำหยดลงหิน” ต้องใช้เวลาเช่นเดียวกันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์

การจัดประสบการการเรียนจะให้มีประสิทธิภาพควรมีการเสริมแรงโดยการใช้กิจกรรมต่างๆ (พฤติกรรม  แนวคิด ฯลฯ) ในการจัดประสบการการเรียน (กิจกรรม) ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตร ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งควรจะนำไปใช้(P 83)

(P 84)    การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ใช้ทดสอบกัน มี 2 รูปแบบ

ประการแรก    เป็นแบบเข้าลึก  (แนวตั้ง)  คือ เริ่มจากง่ายไปยาก

ประการสอง    เป็นแบบเข้ากว้าง  (แนวนอน) แบบรอบรู้

ได้มีการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างรายวิชาในระดับเกรด 5  (ป.5)  และเกรด 6 (ป.6)  ในรายวิชาภูมิศาสตร์  (ป.5)  และเปรียบเทียบวิชาประวัติศาสตร์ (ป.6)  และพิจารณาแล้วพบว่า ได้รูปแบบการจัดการเรียนแบบเข้าลึก (แนวตั้ง) ป.6  และเข้ากว้าง (แนวนอน) ป.5

แต่หากจะจัดประสบการณ์ความสัมพันธ์ในรายวิชาภูมิศาสตร์ระหว่างชั้น  ป.5 และ ป.6 จะพบว่า

นักเรียนเกรด 5  (ป.5)       นักเรียน ป.5  มีทักษะแนวคิดทางภูมิศาสตร์เชิงกว้าง

นักเรียนเกรด 6  (ป.6)       นักเรียน ป.6  มีทักษะแนวคิดทางภูมิศาสตร์ในเชิงลึก (แนวตั้ง)

แต่หากจะจัดประสบการณ์ในการเรียนรู้ในรายวิชาภูมิศาสตร์ นักเรียน ป.5 และจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในรายวิชาประวัติศาสตร์นักเรียน ป.6 จะก่อให้เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาหลักสูตร แต่ถ้าหากจะจัดประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่ต่างระดับที่ไม่คำนึงถึงความแตกต่างแล้ว เด็กนักเรียนจะขาดความคิดริเริ่มในการเชื่อมโยงกับรายวิชาอื่นๆ และการดำเนินชีวิตประจำวัน

เกณฑ์สำหรับการจัดประสบการณ์การเรียนให้มีประสิทธิภาพ

ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สิ่งที่ต้องคำนึงถึง

ความต่อเนื่อง (Continuity)หมายถึง  ความสัมพันธ์ในแนวตั้งขององค์ประกอบหลักของหลักสูตร  จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับที่สูงขึ้น  เช่น  ในรายวิชาทักษะ ต้องเปิดโอกาสให้มีการฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆ และต่อเนื่อง

การจัดลำดับ  (Sequence)  หมายถึง  ความสัมพันธ์ในแนวตั้งของส่วนประกอบของหลักสูตรจากง่ายไปยาก  ควรจัดกิจกรรมที่มีลำดับก่อน – หลัง  เพื่อให้ได้เรียนเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การบูรณาการ  (Integration)หมายถึง  ความสัมพันธ์ในแนวนอนขององค์ประกอบหลักของหลักสูตร  จากหัวข้อเนื้อหาหนึ่งไปยังอีกหัวข้อเนื้อหาของรายวิชาอื่นๆ  ที่มีความเกี่ยวข้องกัน

การสร้างจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้เรียนที่ต้องการไปสู่ขอบเขตของรายละเอียดในแต่ละครั้ง  ควรมีความเป็นไปตามลำดับ  ผู้เรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และความสำเร็จ  มีความเข้าใจในแนวคิดการบูรณาการในรายละเอียดใหม่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

หนังสือต่างประเทศแตกต่างกับหนังสือของไทยในประเด็นเรื่อง

หนังสือต่างประเทศ

หนังสือไทย
การพัฒนาหลักสูตร1.มีความมุ่งหมายทางการศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียนควรแสวงหา2.มีประสบการณ์ทางการศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียน ควรจัดขึ้นเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่กำหนดไว้3.จัดประสบการณ์ทางการศึกษาอย่างไรจึงจะทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ4.จะประเมินประสิทธิผลของประสบการณ์ในการเรียนอย่างไร จึงจะตัดสินใจได้ว่าบรรลุถึงจุดประสงค์ที่กำหนดไว้ การพัฒนาหลักสูตร1.การใช้ปรัชญาในการเลือกเป้าหมายหรือจุดประสงค์2.การใช้จิตวิทยาการเรียนรู้สำหรับเลือกจุดเป้าหมายหรือประสงค์3.การใช้การกำหนดจุดประสงค์ที่เอื้อต่อการเลือกสรรประสบการณ์การเรียนรู้และเป็นแนวทางในการสอน
การเลือกและจัดประสบการณ์การเรียนมีประสบการณ์ทางการศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียนควรจัดขึ้นเพื่อช่วยให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ การเลือกและจัดประสบการณ์การเรียน1.ผู้เรียนควรมีโอกาสฝึกพฤติกรรมและเรียนรู้เนื้อหาตามที่ระบุไว้ในจุดประสงค์2.กิจกรรมและประสบการณ์นั้นควรจะทำให้ผู้เรียนพึงพอใจที่จะปฏิบัติตามพฤติกรรมที่ได้ระบุไว้ในจุดประสงค์3.กิจกรรมและประสบการณ์นั้นควรจะอยู่ในขอบข่ายความพอใจที่พึงปฏิบัติได้4.กิจกรรมและประสบการณ์หลาย ๆ ด้านของการเรียนรู้อาจนำไปสู่จุดประสงค์ที่กำหนดไว้เพียงข้อเดียว5.กิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้เพียงหนึ่งอย่างอาจตอบสนองจุดประสงค์หลาย ๆ ข้อได้

หนังสือต่างประเทศ

หนังสือไทย

การประเมินหลักสูตร1.กำหนดเป้าหมายหรือจุดประสงค์2.กำหนดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม3.วัดการปฏิบัติของนักเรียนเมื่อสิ้นสุดการสอน4.เปรียบเทียบผลการทดลอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 

 

การประเมินหลักสูตร

กำหนดจุดประสงค์ทางการศึกษา

(ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน)

เขียนจุดมุ่งหมายในรูปของ

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

ทดสอบก่อนการเรียน

(Pretest)

สอนด้วยวิธีที่เหมาะสม

ทดสอบหลังการเรียน

(Posttest)

เปรียบเทียบคะแนน (Pretest)

และคะแนน (Posttest)

นำผลที่ได้ไปปรับปรุง

การเรียนการสอน

นางสาววิภาดา พินลา นักศึกษาปริญญาเอก รหัส 55262907 สาขาหลักสูตรและการสอน (การสอนสังคมศึกษา) มหาวิทยาลัยศิลปากร

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s