เจ้าพ่อการตลาด

  • เจ้าพ่อการตลาด -ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ

                ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับเจ้าพ่อการตลาดของไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติได้ข้อสรุปดังนี้

รูปแบบทฤษฎี ของ Ralph W. Tyler

การเปรียบเทียบเรื่องเจ้าพ่อการตลาด

1. มีจุดมุ่งหมายทางการศึกษาอะไรบ้างที่ควรแสวงหา หลักการศึกษาในสถาบันการศึกษานี้คือ การศึกษาจะต้องปรับปรุงแต่งคนให้เป็นคนโดยสมบูรณ์ เช่น คนแต่ละคนต้องตระหนักถึงธรรมชาติ อันแท้จริงที่มีอยู่ในเองทำให้เรารู้ตัวเองเท่ากับการศึกษาเป็นกระบวนการในตัวมนุษย์ การศึกษามี 2 แบบคือ ด้านพุทธิปัญญา ศีลธรรม มีดังนี้1. มุ่งให้ผู้เรียนรู้จักและทำความเข้าใจกับตัวเองให้มากที่สุดในเรื่องของเหตุผลและสติปัญญา2. พัฒนาสติปัญญาและเหตุผลในตัวมนุษย์ให้ดีขึ้น3. ธำรงรักษาสิ่งต่าง ๆ ในอดีตเอาไว้

4. ให้ผู้เรียนมีความมั่นคงทางจิตใจ มีคุณธรรมและจริยธรรม เช่น สมชายเป็นผู้มีความรู้มากมายแต่ก็ไม่วายเอาตัวเองไม่รอดเพราะไม่มีความมั่นคงทางจิตใจ

2. การจัดประสบการณ์มีอะไรบ้าง สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม (Perennialism) เพราะปรัชญานี้มีทัศนะเกี่ยวข้องกับเหตุและผล เชื่อว่าความคงทนถาวรย่อมเป็นจริงมากกว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลง กล่าวคือ โรงเรียนหรือสถานบันทางการศึกษาไม่มีบทบาทต่อสังคมโดยตรง เพราะเน้นที่ตัวบุคคลเป็นหลักใหญ่ เพราะถือว่าถ้าเกิดการพัฒนาในตัวบุคคลแล้วก็สามารถทําให้สังคมนั้นดีขึ้นด้วย เช่น สมชายไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ในตัวเองเสมือนการศึกษาตลอดชีวิต ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย

ด้านการศึกษา/วิธีการคิดเชิงระบบ มีเป้าหมาย กระบวนการ ระบบย่อย และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีปฏิสัมพันธ์กัน มีการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และประโยชน์จากการใช้วิธีการเชิงระบบคือ วิธีการนี้เป็นการประกันว่าการดำเนินงานและจะดำเนินงานต่อไปตามขั้นตอนที่วางไว้  ช่วยให้การทำงานตามระบบบรรลุตามเป้าหมาย โดยใช้เวลา งบประมาณและบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด 

รูปแบบทฤษฎี ของ Ralph W. Tyler

การเปรียบเทียบเรื่องเจ้าพ่อการตลาด 

3. การจัดประสบการณ์ให้มีประสิทธิภาพ โดยการเรียนการสอนตามแนวการศึกษานิรันตรนิยมนี้เน้นที่จะสร้างคนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ โดยการฝึกฝนศักยภาพที่มีอยู่ของนักเรียนเป็นสำคัญ กระบวนการเรียนการสอนจึงเน้นหนักที่จะกระตุ้นตัวเด็กให้พัฒนาสติปัญญา  โดยเน้นที่ให้อภิปราย การให้เหตุผล การโต้แย้งกัน  ปรัชญากลุ่มนี้เชื่อว่า สมองของคนเรานั้นมี 3 ด้าน คือด้านเหตุผล ด้านความจำ และด้านความตั้งใจ ส่วนที่สมองที่ทำหน้าด้านเหตุผลนั้นถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของสติปัญญา เช่น  สมชายมีการแลกเปลี่ยนทัศนคติต่าง ๆ ด้านธุรกิจเพราะมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเป็นนักธุรกิจระดับหัวกะทิ นอกจากประโยชน์ของการเรียนแล้ว เพื่อนร่วมชั้นเหล่านี้คือเส้นสายการติดต่อค้าขายระดับสากลในงานทางการเมืองอีกด้วย
4. จะประเมินผลประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างไร โรงเรียนหรือสถานบันทางการศึกษาเป็นเสมือนตัวกลางในการเตรียมผู้เเรียนให้เกิดความก้าวหน้าที่ดีงามที่สุดของวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต โรงเรียนหรือสถานบันทางการศึกษาต้องสร้างบรรยากาศและจัดสภาพแวดล้อมให้มีลักษณะสร้างความนิยม ในวัฒนธรรมที่มีอยู่โดยเคร่งครัดในระเบียบวินัย วัดการฝากให้ใช้ความคิดหาเหตุผลโดยอาศัยหลักวิชาที่เรียนรู้ไวแล้ว เป็นแนวทางพื้นฐานแห่งความคิด เพื่อพัฒนาสติปัญญาหรือเน้นด้านพุทธิศึกษา ที่เรียกว้า Intellectual Education ประเมินให้ผู้เรียนกระตุ้นและหนุนให้เกิดศักยภาพดังกล่าว จึงต้องมีการอภิปราย ถกเถียง ใช้เหตุผล และสติปัญญาโต้แย้งกัน เช่น สมชายลองผิดลองถูกมีการเรียนต่อในสาขาที่ดี สังคมที่ดี จนก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำประเทศปาซีเฟีย

 1. พื้นฐานทางด้านปรัชญาการศึกษา

                 ปรัชญานิรันตรนิยมนี้ให้ความสำคัญกับครูเป็นอย่างมาก โดยเชื่อว่าครูเป็นศูนย์กลางของกระบวนการเรียนการสอน ครูเป็นบุคคลสำคัญในการตัดสินใจการเลือก การกำหนดวิธีการสอนและประเมินผล แต่ครูไม่เป็นผู้ป้อนโดยตรงแต่เป็นผู้ให้ข้อคิดต่างๆให้ผู้เรียนพัฒนาสติปัญญา อีกทั้งครูยังมีหน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การดูแลรักษาระเบียบวินัย ควบคุมความประพฤติ และวินัยของนักเรียน ครูจะต้องมีความสามารถทั้งทางด้านวิชาการและมีคุณธรรมเป็นอย่างดี จึงจะเป็นผู้นำของนักเรียนทางด้านวุฒิปัญญาและคุณธรรม

                โดยปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม เป็นกระบวนการที่จะพัฒนาคุณธรรมทางพุทธิปัญญาให้แก่ผู้เรียน และการฝึกอบรมศีลธรรมจรรยาให้เป็นนิสัย ทำให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าและความดีงามของศีลธรรมหลักสูตรการศึกษาของปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม เน้นทางศิลปศาสตร์ เน้นวิชาการศึกษาทั่วไปที่ฝึกฝนให้ผู้เรียนใช้สติปัญญา เป็นการให้ความรู้อย่างกว้างขวาง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ศิปศาสตร์เช่น ศิลปทางภาษา การเขียน การอ่าน การพูด การฟัง ศิลปทางคำนวณ เช่น เลข วิทยาศาสตร์ ปรัชญา ดาราศาสตร์ เป็นการพัฒนาสติปัญญาของผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรนี้มุ่งความเป็นเลิศทางวิชาการ เนื้อหามุ่งเน้นความถูกต้อง หลักสูตรใช้เนื้อหาวิชาเป็นสิ่งนำทางไปสู่ความสำเร็จทางปัญญา

2. พื้นฐานทางด้านจิตวิทยา

               เรื่องเจ้าพ่อการตลาดสะท้อนสังคมด้านจิตใจ กล่าวคือมนุษย์มีความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดั่งคำสอนของ Maslow นักทฤษฎีจิตวิทยาที่เชื่อว่าพฤติกรรมของมนุษย์เป็นจำนวนมากสามารถอธิบายโดยใช้แนวโน้มของบุคคลในการค้นหาเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตของเขาได้รับความต้องการ ความปรารถนา และได้รับสิ่งที่มีความหมายต่อตนเอง เป็นความจริงที่จะกล่าวว่ากระบวนการของแรงจูงใจเป็นหัวใจของทฤษฎีบุคลิกภาพของ Maslow โดยเขาเชื่อว่ามนุษย์เป็น “สัตว์ที่มีความต้องการ” (wanting animal) และเป็นการยากที่มนุษย์จะไปถึงขั้นของความพึงพอใจอย่างสมบูรณ์ ในทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของ Maslow เมื่อบุคคลปรารถนาที่จะได้รับความพึงพอใจและเมื่อบุคคลได้รับความพึงพอใจในสิ่งหนึ่งแล้วก็จะยังคงเรียกร้องความพึงพอใจสิ่งอื่นๆ ต่อไป ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะของมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความต้องการจะได้รับสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ

                Maslow กล่าวว่าความปรารถนาของมนุษย์นั้นติดตัวมาแต่กำเนิดและความปรารถนาเหล่านี้จะเรียงลำดับขั้นของความปรารถนา ตั้งแต่ขั้นแรกไปสู่ความปรารถนาขั้นสูงขึ้นไปเป็นลำดับไว้ โดยสมชายตัวเอกของเรื่องก็เช่นกัน มีความต้องการไม่เพียงพอ อยากเป็นผู้นำและได้รับการยอมรับนับถือจากคนรอบข้าง หรือการเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งความต้องการมักเรียงลำดับขั้นไว้เป็นดังนี้

                1. ความต้องการทางด้านร่างกาย ( Physiological needs ) เช่น คนที่อดอยากหิวโหยเป็นเวลานานจะไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อโลกได้ บุคคลเช่นนี้จะหมกมุ่นอยู่กับการจัดหาบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้มีอาหารไว้รับประทาน Maslow อธิบายว่าบุคคลเหล่านี้จะมีความรู้สึกเป็นสุขอย่างเต็มที่เมื่อมีอาหารเพียงพอสำหรับเขาและจะไม่ต้องการสิ่งอื่นใดอีก

                2. ความต้องการความปลอดภัย ( Safety needs ) เช่น พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกอย่างไม่กวดขันและตามใจมากจนเกินไปจะไม่ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าได้รับความพึงพอใจจากความต้องการความปลอดภัยการให้นอนหรือให้กินไม่เป็นเวลาไม่เพียง แต่ทำให้เด็กสับสนเท่านั้นแต่ยังทำให้เด็กรู้สึกไม่มั่นคงในสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขา สัมพันธภาพของพ่อแม่ที่ไม่ดีต่อกัน เช่น ทะเลาะกันทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน พ่อแม่แยกกันอยู่ สภาพการณ์เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อความรู้ที่ดีของเด็ก ทำให้เด็กรู้ว่าสิ่งแวดล้อมต่างๆ ไม่มั่นคง ไม่สามารถคาดการณ์ได้และนำไปสู่ความรู้สึกไม่ปลอดภัย

                3. ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ ( Belongingness and love needs ) ความรักที่แท้จริงจะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกที่ดี ความสัมพันธ์ของความรักระหว่างคน 2 คน จะรวมถึงความรู้สึกนับถือซึ่งกันและกัน การยกย่องและความไว้วางใจแก่กัน โดยความต้องการความรักของคนจะเป็นความรักที่เป็นไปในลักษณะทั้งการรู้จักให้ความรักต่อผู้อื่นและรู้จักที่จะรับความรักจากผู้อื่น การได้รับความรักและได้รับการยอมรับจากผู้อื่นเป็นสิ่งที่ทำให้บุคคลเกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า

                4. ความต้องการได้รับความนับถือยกย่อง ( Esteem needs ) เช่น ความต้องการมีอำนาจ มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความแข็งแรง มีความสามารถในตนเอง มีผลสัมฤทธิ์ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น และมีความเป็นอิสระ ทุกคนต้องการที่จะรู้สึกว่าเขามีคุณค่าและมีความสามารถที่จะประสบความสำเร็จในงานภาระกิจต่างๆ และมีชีวิตที่เด่นดัง อีกทั้งความต้องการมีเกียรติยศ การได้รับยกย่อง ได้รับการยอมรับ ได้รับความสนใจ มีสถานภาพ มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขาน และเป็นที่ชื่นชมยินดี มีความต้องการที่จะได้รับความยกย่องชมเชยในสิ่งที่เขากระทำซึ่งทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าว่าความสามารถของเขาได้รับการยอมรับจากผู้อื่นเช่นกัน

                5. ความต้องการที่จะเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง ( Self-actualization needs ) มิได้มีแต่เฉพาะในศิลปินเท่านั้น คนทั่ว ๆ ไป เช่น นักกีฬา นักเรียน หรือแม้แต่กรรมกรก็สามารถจะมีความเข้าใจตนเองอย่างแท้จริงได้ถ้าทุกคนสามารถทำในสิ่งที่ตนต้องการให้ดีที่สุด รูปแบบเฉพาะของการเข้าใจตนเองอย่างแท้จริงจะมีความแตกต่างอย่างกว้างขวางจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง กล่าวได้ว่ามันคือระดับความต้องการที่แสดงความแตกต่างระหว่างบุคคลอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด

Physiological Needs =ความต้องการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการอยู่รอด เช่น น้ำ อาหาร อากาศ ที่อยู่อาศัย

Safety Needs = ความต้องการที่จะมีความปลอดภัยและมีความมั่นคง

Social and Belongingness Needs = ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ทั้งจากเพื่อน และความรัก

Esteem Needs = ความรู้สึกว่าตนเองมีค่า มีความเคารพตนเอง รวมถึงการได้รับความเคารพนับถือจากผู้อื่น

Self-Actualization Needs = ความปรารถนาที่จะเติมเต็มความสามารถของตนเองให้เต็มที่ ใช้ความสามารถและทักษะทั้งหมดที่มีอยู่

                เรื่องเจ้าพ่อการตลาดยังสะท้อนชีวิตของสมชายที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยงของธอร์นไดค์ (Thorndike’s Connectionism Theory) Edward L. Thorndike (1874 – 1949) ซึ่งของธอร์นไดค์ เป็นนักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็น”บิดาแห่งจิตวิทยาการศึกษา” เขาเชื่อว่า “คนเราจะเลือกทำในสิ่งก่อให้เกิดความพึงพอใจและจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ไม่พึงพอใจ” จากการทดลองกับแมวเขาสรุปหลักการเรียนรู้ได้ว่า เมื่อเผชิญกับปัญหาสิ่งมีชีวิตจะเกิดการเรียนรู้ในการแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก เช่นการเป็นคนขายผงซักฟอกจนเลื่อนขั้นเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศปาซีเฟีย นอกจากนี้เขายังให้ความสำคัญกับการเสริมแรงว่าเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

กฎการเรียนรู้ของธอร์นไดค์

                 กฎแห่งผล (Law of Effect) มีใจความสำคัญคือ ผลแห่งปฏิกิริยาตอบสนองใดที่เป็นที่น่าพอใจ อินทรีย์ย่อมกระทำปฏิกิริยานั้นซ้ำอีกและผลของปฏิกิริยาใดไม่เป็นที่พอใจบุคคลจะหลีกเลี่ยงไม่ทำปฏิกิริยานั้นซ้ำอีก เช่น การได้รับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์งานและการอยู่ร่วมกันในสังคม ทำให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้า

                 กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) มีใจความสำคัญ 3 ประเด็น คือ

–ถ้าอินทรีย์พร้อมที่จะเรียนรู้แล้วได้เรียน อินทรีย์จะเกิดความพอใจ

–ถ้าอินทรีย์พร้อมที่จะเรียนรู้แล้วไม่ได้เรียน จะเกิดความรำคาญใจ

–ถ้าอินทรีย์ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้แล้วถูกบังคับให้เรียน จะเกิดความรำคาญใจ

                 กฎแห่งการฝึกหัด (Law of Exercise) มีใจความสำคัญคือ พฤติกรรมใดที่ได้มีโอกาสกระทำซ้ำบ่อยๆ และมีการปรับปรุงอยู่เสมอ ย่อมก่อให้เกิดความคล่องแคล่วชำนิชำนาญ สิ่งใดที่ทอดทิ้งไปนานย่อมกระทำได้ไม่ดีเหมือนเดิมหรืออาจทำให้ลืมได้

3. พื้นฐานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม

                ทั่วโลกกําลังมีการพัฒนาทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยุคใหม่ ๆ เกิดขึ้นโดยเฉพาประเทศทางตะวันตกซึ่งมีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมก่อให้เกิดการแข่งขันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม มีการเอารัดเอาเปรียบสินค้า ราคาสูง เกิดปัญหาครอบครัว ดังนั้นสิ่งที่ประพฤติประพฤติในสังคมจนเป็นที่ยอมรับว่าดีงามจนกลายเป็นเอกลักษณ์ในสังคมคือวัฒนธรรม วัฒนธรรมจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นสังคมเดียวกัน ชาติเดียวกันวัฒนธรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตาม กาลเวลาด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านการปกครอง การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ กระแสโลกาภิวัตน์ วิทยาการความเจริญก้าวหน้าต่าง ๆ เป็นต้น การศึกษาจึงทำหน้าที่ทำนุบำรุงรักษาและถ่ายทอดวัฒนธรรมเก่าที่ดีงาม คัดสรรค์วัฒนธรรมใหม่ที่เข้ามาว่าวัฒนธรรมใดควรรับไว้ วัฒนธรรมใดควรปรับปรุงแก้ไข่ให้เหมาะสมกับสภาพของสังคม วัฒนธรรมใดควรสกัดกั้น โดยการบรรจุวัฒนธรรมที่สังคมต้องการถ่ายทอดและสงวนรักษาไว้ในหลักสูตร สกัดกั้นวัฒนธรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่จะเข้ามาทำลายความเป็นเอกลักษณ์ของชาติของสังคม ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ต้องฝึกให้ผู้เรียนมีวิจารณญาณในการพิจารณาวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่และที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในสังคมว่าดีหรือไม่ดี อย่างไรควรตัดสินใจรับไว้หรือไม่ รวมทั้งการสร้างภูมิต้านทานต่อวัฒนธรรมที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและพัฒนาสังคมไปพร้อมกัน

 4. พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง

                เรื่องเจ้าพ่อการตลาดสะท้อนมุมมองด้านการเมืองการปกครองในสมัยนั้นว่ามีความสัมพันธ์กับการศึกษา หน้าที่ที่สำคัญของการศึกษาคือ การสร้างสมาชิกที่ดีให้กับสังคมให้อยู่ในระบบการเมืองการปกครองทางสังคมนั้น โดยสมชายพระเอกของเรื่องนี้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่าง ๆ จากการทำงานเพื่อที่จะปลูกฝังและสร้างความเข้าใจให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสันติสุข ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน โดยพยายามให้คนในชาติและต่างชาติได้ทำงานร่วมกัน เช่น ในสังคมแต่ละสังคมจะมีระบบที่ช่วยควบคุม สนับสนุนเกื้อกูลให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข สงบเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการสร้างสมาชิกที่ดีให้กับสังคมให้อยู่ในระบบการเมืองการปกครองทางสังคมนั้น สร้างความเข้าใจให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสันติสุข ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน จัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพของสังคม เช่น การมุ่งเน้นพฤติกรรมด้านประชาธิปไตย เป็นต้น

การศึกษาและเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กัน การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคน คุณภาพของคนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมที่มีสภาพเศรษฐกิจดี จะทำให้สามารถจัดการศึกษาให้กับคนในสังคมได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

 ประเด็นที่ควรพิจารณาในการพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ คือ

1. การเตรียมกำลังคน การศึกษาผลิตกำลังคนในด้านต่าง ๆ ให้เพียงพอ พอเหมาะ สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละสาขาอาชีพ คือมีความรู้ ทักษะ และคุณสมบัติต่าง ๆ ตรงตามที่ต้องการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

2. การพัฒนาอาชีพ จัดหลักสูตรเพื่อพัฒนาอาชีพตามศักยภาพและท้องถิ่น

3. การขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม พัฒนาหลักสูตรให้สามารถพัฒนาคนให้มีความพร้อมสำหรับการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรม

4. การใช้ทรัพยากรให้หลักสูตรเป็นเครื่องปลูกฝังความสำคัญของทรัพยากร ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

5. การพัฒนาคุณลักษณะของบุคคลในระบบเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงของสังคม

6. การลงทุนทางการศึกษา คำนึงถึงคุณค่าและผลตอบแทนของการศึกษา เพื่อไม่ก่อให้เกิดความสูญเปล่าระบบการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดการพัฒนาหลักสูตรจึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลพื้นฐานทางการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ มาใช้ในการกำหนดจุดหมายของหลักสูตร ว่าจะเป็นข้อกำหนดให้เกิดโครงสร้าง หลักสูตร และแนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กล่าวโดยสรุปคือ การพัฒนาหลักสูตรจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาถึงข้อมูลพื้นฐานในด้านต่างๆ เพื่อให้หลักสูตรที่สร้างขึ้นมานั้น สมบูรณ์ สามารถสนองความต้องการของบุคคล และสังคม ที่สังคมในแต่ละบริบทอยากได้ โดยพื้นฐานด้านต่างๆ ที่นักพัฒนาหลักสูตรต้องนำมาพิจารณานั้นมีหลายประการ ซึ่งมีนักการศึกษาได้ให้ความคิดเห็นว่าพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรด้านต่างๆ ที่ควรนำมาพิจารณาในการพัฒนาหลักสูตร มี 5 ด้าน ดังนี้ 1. พื้นฐานทางด้านปรัชญาการศึกษา 2.  พื้นฐานทางด้านจิตวิทยา 3.  พื้นฐานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม 4.  พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง 5.  พื้นฐานทางด้านวิทยาการและเทคโนโลยี จากนั้นค่อยเข้าสู่การพัฒนาหลักสูตรมีความครอบคลุมถึงการร่างหลักสูตรขึ้นมาใหม่ และการปรับปรุงหลักสูตรที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วย การใช้หลักสูตรและการประเมินหลักสูตรนั้น เป็นกระบวนการอันหนึ่งของการพัฒนาหลักสูตร โดยได้จัดลำดับขั้นตอนการพัฒนาหลักสูตรรูปแบบทฤษฎี ของ Ralph W. Tyler ไว้ดังนี้ คือ 1.มีจุดมุ่งหมายทางการศึกษาอะไรบ้างที่ควรแสวงหา Educational   Purposes 2.การจัดประสบการณ์มีอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย Educational Experiences 3.การจัดประสบการณ์ให้มีประสิทธิภาพ Organization of  Educational  Experiences 4. Evaluation จะประเมินผลประสบการณ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างไรถึงจะบรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้

นางสาววิภาดา พินลา นักศึกษาปริญญาเอก รหัส 55262907 สาขาหลักสูตรและการสอน (การสอนสังคมศึกษา) มหาวิทยาลัยศิลปากร

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s